ใบอนุญาต 11/07438

12 เทศกาลน่าเที่ยวจากทั่วโลก.. ที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต

ทุกคนรู้กันบ้างมั้ยคะว่าโลกของเรานั้นมีเทศกาล กิจกรรมแปลกๆ ที่จะทำให้คุณทุกๆคนตื่นตาตื่นใจกันอย่างมากมายเลย ใครที่ชอบเข้าร่วมทำกิจกรรมกับผู้คนมากมาย เจอผู้คนเยอะๆ เจอสังคมใหม่ๆ ต้องไม่พลาดการไปเที่ยวชมเทศกาลต่างๆบนโลกเหล่านี้แน่นอน แหละเทศกาลพวกนี้ไม่ใช่ว่าจะได้เห็นกันบ่อยๆนะคะ อย่างมากก็ปีละครั้งเท่านั้นเองนะ! เราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีเทศกาลอะไรบ้างที่น่าสนใจ

1.เทศกาล Holi หรือ Festival of Colours จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในอินเดียและประเทศทั่วโลกที่มีชาวฮินดูอาศัยอยู่เพื่อเป็นการต้อนรับฤดูใบไม้ผลิและเป็นการเฉลิมฉลองชีวิตใหม่แม้ว่าจะไม่มีพิธีกรรมทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องมากนักแต่ดูเหมือนว่าชาวฮินดูและนักท่องเที่ยวทุกคนจะพร้อมใจกันมาสาดผงสีใส่กันอย่างสนุกสนานที่สำคัญมันยังเป็นเทศกาลที่ไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะกันด้วยนับเป็นอีกหนึ่งสีสันของประเทศอินเดียที่นอกจากจะสร้างความครื้นเครงให้ผู้คนในประเทศแล้วยังดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากทีเดียว

2.เทศกาลปามะเขือเทศ, ประเทศสเปน (La Tomatina, Bunol, Spain) โดยเทศกาลปามะเขือเทศจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคมที่ Bunol ในเมืองบาเลนเซียเป็นงานที่มีความสนุกสนานผู้คนร่วมงานมากมายจนกระทั่งเกิดเป็นเทศกาลสำคัญอย่างทุกวันนี้

3.เทศกาลหิมะที่ซัปโปะโระ, ประเทศญี่ปุ่น (The Sapporo Snow Festival – Japan) เทศกาลหิมะเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 โดยเด็กมัธยมชาวญี่ปุ่นได้ช่วยกันปั้นหิมะจนกลายเป็นประติมากรรมสุดยิ่งใหญ่ที่สวนโอโดะริจนผู้คนให้ความสนใจอย่างมากและมันก็กลายเป็นเทศกาลอันน่าสนใจในเวลาต่อมาแต่ทว่าเทศกาลดังกล่าวก็ได้ถูกระงับไปพักหนึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองแต่หลังจากสงครามสิ้นสุดก็พบว่าเหล่าทหารและประชาชนได้ร่วมกันปั้นและแกะสลักหิมะให้เป็นรูปร่างต่างๆอย่างสนุกสนานและเพิ่มความอลังการมากขึ้นด้วยขนาดและรูปร่างที่สวยงามและมันก็กลับมาเป็นเทศกาลสุดรื่นเริงอีกครั้งกระทั่งทุกวันนี้

4.เทศกาลบอลลูนนานาชาติอัลบูเควียร์ก (Albuquerque International Balloon Fiesta) รัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เทศกาลบอลลูนนี้เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่มากๆ เลยทีเดียว จะจัดขึ้น 9 วันติดต่อกันของทุกปี คือตั้งแต่วันที่ 5-13 ตุลาคม ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ จะมีบอลลูนหลากหลายรูปแบบ เต็มไปด้วยจินตนาการ และสีสันลอยคว้างอยู่ในอากาศเป็นพันๆ ลูก เป็นงานเทศกาลบอลลูนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้.. สามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานหลายหมื่นคนเลยทีเดียว ไฮไลท์ของเทศกาลนี้ก็คือ การลอยบอลลูนในช่วงกลางคืน รวมไปถึงการแสดงลอยบอลลูนหมู่ (Mass Ascension) ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับเสียงเพลงชาติอเมริกาที่ดังกระหึ่มขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

5.งานคาร์นิวัล กรุงริโอ เดอจาเนโร ประเทศบราซิล (Rio Carnival) เป็นงานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ และมีชื่อเสียงที่สุดของโลกก็ว่าได้ แน่นอนว่าเราจะได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณแห่งแซมบ้าอันเป็นตำนานของบราซิล สะท้อนออกมาได้เยี่ยมยอดที่สุดผ่านวงดนตรีในขบวนพาเหรดที่นำโดยมือกลอง และนักร้อง ส่วนไฮไลท์ยิ่งใหญ่สุดๆ ของงานคือ การแข่งขันเต้นระบำแซมบ้าของโรงเรียนสอนเต้นแถวหน้าของบราซิล 12 แห่ง ซึ่งจะมาประชันกัน ปีละครั้ง ทั้งลีลาท่าเต้น ความเริดหรูอลังการของเสื้อผ้า หน้า ผม ความคิดสร้างสรรค์ และความงดงามของขบวนรถแห่ ณ สนามกีฬาแซมโบโดรม (Sambadrome) เทศกาลนี้จะจัดขึ้นก่อนจะเริ่มเทศกาลมหาพรต (Lent) ของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกประมาณ 5 วัน จะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีนั่นเอง

6.เทศกาลโคลน Boryeong Mud Festival ใน เกาหลีใต้ จัดขึ้นที่เมืองโบเรียง หรือ โพเรียง (boryeong) ใกล้กับกรุงโซล ซึ่งภายในงานจะอัดแน่นไปด้วยผู้คน เทศกาลแห่งความสนุกสนาน ซึ่งที่เมืองโบเรียง เป็นแหล่งโคลนชั้นดีของประเทศเกาหลีใต้ งานเทศกาลแปลกชื่อดังของเกาหลีใต้นี้ จะจัดขึ้นที่ชายหาดแดเจิน ในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี เทศกาลนี้มีต้นกำเนิดมาจากเมื่อปี ค.ศ. 1996 ทางจังหวัดชุงชองนัม ที่มีโคลนคุณภาพดี ได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งโคลนให้เป็นที่รู้จัก และนำไปทำเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น จากนั้นในปี 1998 ทางเกาหลีได้จัดเทศกาลโคลนขึ้นเป็นครั้งแรกที่เมืองโบเรียงและจัดเป็นประจำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

7.เทศกาล Up Helly Aa Fire เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองการสิ้นสุดเทศกาลคริสต์มาสอย่างยิ่งใหญ่ของเมืองเชตแลนด์, ประเทศสกอตแลนด์นอกจากนี้ยังแฝงไปด้วยการเฉลิมฉลองทางด้านประวัติศาสตร์ด้วยโดยการเฉลิมฉลองจะเริ่มจากการเดินขบวนในช่วงระหว่างวันส่วนในช่วงกลางคืนจะมีการจุดคบเพลิงแล้วโยนใส่เรือไวกิ้งจำลองซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมาของชาติในสมัยก่อนด้วย

8.เทศกาล Winter Light Festival, คุนาวะ ประเทศญี่ปุ่น เทศกาล Winter Light Festival จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่เมืองคุนาวะ จังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นอยู่ที่แสงไฟจากหลอดไฟ LED กว่า 7 ล้านดวง ที่ส่องประกายหลากสีสันในสวนพฤกษาศาสตร์ Nabana no Sato ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลังการแสงอาทิตย์ สมกับเป็นประเทศแห่งเทคโนโลยีจริงๆ ซึ่งเทศกาล Winter Light Festival จะจัดขึ้นเป็นเวลากว่า 4 เดือนโดยเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมีนาคมใครที่มาญี่ปุ่นก็อย่าลืมแวะเวียนมาเที่ยวกันบ้างนะคะรับรองว่ามันจะเป็นอีกเทศกาลที่จะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจแน่นอน

9.เทศกาลเบิร์นนิ่งแมน Burning Man Festival, รัฐเนวาดา, สหรัฐอเมริกา เทศกาลเบิร์นนิ่งแมนจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีบริเวณที่โล่งกว้างในรัฐเนวาดา ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองด้านความเจริญของศิลปะและวัฒนธรรม โดยจะมีศิลปินได้สร้างรูปปั้นขนาดยักษ์กว่า 12 รูป แต่ละรูปมีความสูงกว่า 100 ฟุตทีเดียว และเมื่อถึงเวลาค่ำคืนขณะที่ดนตรีบรรเลงก็ได้มีการเริ่มจุดไฟเผารูปปั้นเหล่านั้น ซึ่งแต่ละปีจะมีผู้เข้าชมเทศกาลดังกล่าวถึง 50,000 คน

10.เวนิสคาร์นิวัล Venice Carnival ในปี ค.ศ. 1162 เวนิสได้รับชัยชนะจากการสู้รบ ประชาชนจึงได้รวมตัวกันเฉลิมฉลองบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (San Marco Square) กระทั่งทุกวันนี้ที่ได้ถือเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปีและมีจุดเด่นที่ขบวนพาเหรดที่ทุกคนในขบวนจะต้องสวมหน้ากากและการแต่งกายที่เต็มไปด้วยสีสันนับเป็นเทศกาลรื่นเริงในอิตาลีที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับขบวนพาเหรดสุดตระการตาดนตรีสดและกิจกรรมต่างๆ

11.เทศกาลสงกรานต์ ประเทศไทย หรือ Water Festival เป็นงานขึ้นปีใหม่ของไทย จัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ในวันที่ 13 -15 เมษายนของทุกปี เป็นเทศกาลที่คนไทยจะรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และยังเป็นเทศกาลที่รวบรวมทั้งคนไทยและคนต่างชาติให้มารวมตัวและได้เพลินเพลินกับการสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน 

12.เทศกาลน้ำแข็งเมืองฮาร์บิน (Harbin Ice Festival) ประเทศจีน ไฮไลท์ของงาน คือ การแกะสลักน้ำแข็งมหึมา มโหฬาร ติดไฟประดับประดาปราสาทน้ำแข็งให้ส่องแสงสวยหลากสีสันในตอนกลางคืน นอกจากนี้ยังมีการแสดงตะเกียงน้ำแข็ง เลื่อนน้ำแข็ง เรือใบน้ำแข็ง ฮ็อกกี้น้ำแข็ง ฟุตบอลน้ำแข็ง และอื่นๆ อีกมากมายเท่าที่จะสามารถโยงไปกับน้ำแข็งได้ คนชอบความหนาวสุดขั้วพลาดไม่ได้

ลองอ่านกันแล้วเป็นยังไงบ้างคะ สนใจเทศกาลไหนเป็นพิเศษหรือป่าวคะ ถ้าเกิดถูกใจเทศกาลไหนรีบชวนเพื่อน ชวนครอบครัว หรือชวนคนรักคุณ จับมือกันไปเที่ยวชมงานเทศกาลเหล่านี้ดูกันนะคะทุกคน ลองเริ่มจากประเทศใกล้ๆบ้านของเราก่อนก็ได้ แล้วค่อยไปเที่ยวงานเทศกาลที่ไกลขึ้นก็ได้นะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง